5 ที่ล่องแก่ง สนุกสนาน ตื่นเต้น และท้าทาย

HANG REVIEW ชวนไปล่องแก่งกันจ้าาา เมืองไทยมีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อนท่ามกลางผืนป่าใหญ่ที่เต็มไปด้วยความหลากหลายของพืชพรรณไม้และสัตว์ป่า ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นต้นกำเนิดของเส้นทางสายน้ำที่สำคัญ ซึ่งสมัยก่อนชาวบ้านจะใช้เป็นเส้นทางคมนาคมทางน้ำโดยการใช้ไม้ไผ่มาทำเป็นแพล่องลำน้ำ อาจถือได้ว่าเป็นพาหนะทางน้ำอันแรกของประเทศไทย โดยภายหลังได้มีการพัฒนาให้เป็นกิจกรรมท่องเที่ยวผจญภัยเชิงนิเวศ “ล่องแก่ง” ที่ได้รับความนิยมแพร่หลายมากขึ้นทั้งจากในและต่างประเทศ เพราะให้ความสนุกสนาน ตื่นเต้น และท้าทายความสามารถของนักท่องเที่ยว รวมทั้งยังได้เห็นทัศนียภาพธรรมชาติอันร่มรื่นสวยงามทั้งสองฝั่งลำน้ำสร้างความเบิกบานใจให้แก่ผู้ที่จำเจจากภารกิจประจำวัน

ปัจจุบันได้มีการพัฒนากิจกรรมท่องเที่ยวให้ได้มาตรฐานตามสากลเพื่อความปลอดภัยและเป็นมิตรกับ สิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยมีการนำเรือยางเข้ามาใช้ทดแทนการสร้างแพจากไม้ไผ่ซึ่งเป็นวิถีทางท่องเที่ยวใหม่ที่ หยุดการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ นอกจากนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากอุทยานฯ ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่แหล่งล่องแก่งส่วนใหญ่ในเรื่องความปลอดภัยและการกู้ภัย

ระดับความยากง่ายของการล่องแก่ง

ระดับ 1 – ง่ายมาก

มีแก่งเล็กน้อยสายน้ำไหลเอื่อยๆ แต่มีความเร็วพอประมาณที่จะทำให้เรือและแพลอยไปเองได้ เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มล่องแก่งเป็นครั้งแรก

ระดับ 2 – ธรรมดา

กระแสน้ำไหลแรงขึ้น เวลาปะทะกับแก่งหินใต้น้ำจะเกิดเป็นคลื่นฟองขาวมีขนาดไม่ใหญ่นัก ต้องใช้เทคนิคหรือทักษะในการพายเรือพอสมควร

ระดับ 3 – ปานกลาง

กระแสน้ำมีความเร็วและปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นจนทำให้เกิดคลื่นใหญ่แตกตัวเป็นฟองขาว ช่วงที่มีแก่งและโขดหินจะทำให้เกิดกระแสน้ำหมุนวน หากเรือล่มหรือพลัดตกน้ำยังสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ถ้าว่ายน้ำเป็นและสวมอุปกรณ์ชูชีพครบ

ระดับ 4 – ยาก

มีแก่งที่แยกสายน้ำออกเป็นหลายๆ สาย ปริมาณน้ำมาก ทำให้เกิดกระแสน้ำปั่นป่วนรุนแรง บางแห่งน้ำลดระดับลงประมาณ 1 เมตร ใต้น้ำมีโขดหิน ทำให้เกิดกระแสน้ำวนอยู่ด้านล่าง ดูดเรือให้หมุนวนอยู่กับที่ได้ การกู้ภัยอาจทำได้ยาก

ระดับ 5 – ยากมาก

กระแสน้ำไหลเชี่ยว มีแก่งหินใหญ่ โขดหินขวางสายน้ำและมีน้ำตกที่มีความต่างระดับสูง 1-2 เมตร เป็นระยะๆ ทำให้เกิดคลื่นน้ำเป็นระลอกใหญ่และกระแสน้ำวนเบื้องล่างรุนแรงมากติดต่อยาวตลอด ต้องใช้เทคนิคและประสบการณ์การพายบังคับเรือสูง การกู้ภัยอาจทำได้ยากและอาจถึงขั้นต้องบาดเจ็บเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย

 

ล่องแก่งแม่น้ำปาย  จ.แม่ฮ่องสอน

เดือนที่ควรไป ตลอดปี /  ระดับความยาก 3-4 ระดับ  /  ใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง

ขณะที่การล่องแพในลำน้ำปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ก็มีความน่าสนใจและได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวไม่น้อย ลำน้ำปาย เป็นแม่น้ำสายหลักของจังหวัดแม่ฮ่องสอน กำเนิดมาจากตาน้ำบนทิวเขาถนนธงชัยและทิวเขาแดนลาวในเขตอำเภอปาย ก่อนจะไหลลงสู่ทิศใต้ผ่าน 3 อำเภอ อันได้แก่ ปาย ,ปางมะผ้า และอำเภอเมือง ไปบรรจบกับแม่น้ำสาละวินในเขตรัฐคะยา ประเทศพม่า รวมระยะทางประมาณ 180 กม. แก่งแม่น้ำปาย มีความยากระดับ 3 – 4 ตัวเลขที่บอกไว้เป็นเกณฑ์แบ่งความยากง่ายของสายน้ำ หมายถึง สายน้ำค่อนข้างแรง มีแก่งมาก ต้องใช้เทคนิค ฝีมือและการพาย รวมถึงต้องระมัดระวังในการล่องแก่งพอสมควร บริเวณสบแม่น้ำปาย ซึ่งเป็นจุดที่แม่น้ำของไหลมารวมกับแม่น้ำปายความสวยงามของธรรมชาติแถบนี้ คุ้งน้ำขนาดใหญ่ ต้นไม้น้อยใหญ่เขียวขจี แก่งหินหลากรูปทรงกระจายอยู่ทั่วไป


ล่องแก่งแม่น้ำนครนายก  จ.นครนายก

เดือนที่ควรไป ก.ค. – ต.ค.  /  ระดับความยาก 2-3 ระดับ  /  ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง

จุดเด่นของแม่น้ำสายนี้ คือ ตัวแก่งหินสามชั้น กระแสน้ำจะมีลักษณะไหลลดหลั่นกันลงมา คล้ายขั้นบันได เป็นแก่งที่สร้าง ความตื่นเต้น เร้าใจ ได้พอสมควร แก่งหินสามชั้น เป็นจุดเริ่มต้นของการพายเรือแคนูหรือเรือคยัค นอกจากแก่งหินสามชั้นแล้ว ยังมีแก่งโขดคุ้ง และเกาะแก่ง หลังจากผ่านแก่งต่าง ๆ แล้ว ความรุนแรงของกระแสน้ำจะลดลง เสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของการล่องแก่งแม่น้ำนครนายก คือลำน้ำที่คดเคี้ยวตลอดเส้นทาง การล่องทำให้เราได้มีโอกาส ฝึกการพายบังคับเรือยางหรือแคนู – คยัคให้เลี้ยวซ้ายขวาได้อย่างสนุกสนาน จนสิ้นสุดการล่องแก่ง ที่บริเวณวังยาว


ล่องแก่งน้ำว้า จ.น่าน

เดือนที่ควรไป พ.ค. – ต.ค.  /  ระดับความยาก 3-5 ระดับ  /  ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง

แก่งน้ำว้าถูกรังสรรค์โดยธรรมชาติ จากต้นน้ำที่ตั้งอยู่บนทิวเขาหลวงพระบาง ไหลคดเคี้ยวไปตามหุบเขาจนเกิดแก่งหินและวังน้ำมากมายขณะที่สองฟากฝั่งร่มรื่นด้วยป่าเต็งรังและป่าเบญจพรรณ อุดมด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ปกคลุมหนาตา โดยเฉพาะไม้สัก ไม้แดง ไม้มะค่า ไม้เต็งและไม้รัง ประดับประดาด้วยหมู่มวลผีเสื้อหลากสีที่ลงมาเกาะหากินแร่ธาตุริมน้ำ ขณะแว่วเสียงนกร้องก้องทั่วป่า เป็นความงามทางธรรมชาติที่หาซื้อกันไม่ได้ล่องแก่งแม่น้ำว้าตอนกลาง แก่งน้ำระดับ 3-๕ ความยาว ๑๐๐ กิโลเมตรใช้เวลา ๓ วัน ๒ คืน ผ่านอุทยานแห่งชาติดอยภูคา และ อุทยานแห่งชาติแม่จริม ล่องแก่งลำน้ำว้าตอนล่าง เส้นทางล่องแก่งลำน้ำว้าเดิมเป็นเส้นทางล่องไม้สัก ที่ถูกลักลอบตัดจากผืนป่าในเขตอำเภอแม่จริมและอำเภอเวียงสา ตลอดลำน้ำว้าไหลผ่าหุบเขา สองฝั่งเป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อนผ่านแก่งต่าง ๆ กว่า ๒๒ แก่ง แก่งที่ใหญ่ที่สุดและยากที่สุด คือแก่งหลวง บางจุดของลำน้ำเป็หาดทรายที่สามารถจอดแพเพื่อให้ลงเล่นน้ำ บางแห่งเป็นจุดปางช้างสำหรับขึ้นช้างต่อไปที่บ้านหาดไร่ ช่วงเวลาที่ปริมาณน้ำขึ้นสูงสุดคือ เดือนสิงหาคม และช่วงที่ปริมาณน้ำน้อยที่สุดคือ เดือนเมษายน ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการล่องแก่งน้ำว้าคือระหว่างเดือนพฤศจิกายน-มกราคม


ล่องแก่งลำน้ำเข็ก จ.พิษณุโลก

เดือนที่ควรไป พ.ค. – ต.ค.  /  ระดับความยาก 4-5 ระดับ  /  ใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง

สำหรับเส้นทางการล่องแก่งลำน้ำเข็กจะเริ่มต้นจากบริเวณโรงแรมทรัพย์ไพรวัลย์ แกรนด์ โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท ต.แก่งโสภา อ.วังทอง ล่องไปสู่บริเวณตอนบนของน้ำตกแก่งซอง ซึ่งความพิเศษจะอยู่ที่การเริ่มต้นจากกระแสน้ำนิ่ง ในระดับ 1 และเข้าสู่ความสนุกสนานท้าทายขึ้นตามลำดับจนกระทั่งถึงระดับสูงสุด ในระดับ 5 ในช่วงท้าย ลำน้ำเข็กจะขนานไปกับทางหลวงหมายเลข 12 สายพิษณุโลก – หล่มสัก รวมระยะทางในการล่องแก่งประมาณ 8 กิโลเมตร ใช้ระยะเวลาในการล่อง ประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง ซึ่งการล่องแก่งลำน้ำเข็ก ถือว่าเป็นกิจกรรมล่องแก่งที่มีชื่อเสียงติด 1 ใน 5 แห่งของประเทศไทย เนื่องจากมีกระแสน้ำไหลผ่านเกาะแก่งมากมายตามระดับความยากง่ายตลอดเส้นทางและมีความปลอดภัยสะดวกในการเดินทาง เพราะรถยนต์สามารถเข้าถึงจุดล่องแก่งโดยไม่ต้องเดินเท้าอีก นอกจากกิจกรรมการล่องแก่งด้วยเรือยางแล้ว นักท่องเที่ยวจะได้ชิมลิ้มรสกาแฟแก่งซอง ซึ่งเป็นกาแฟท้องถิ่นพันธุ์อราบิก้า ต้นตำรับที่มีความเข้มและหอมหวาน ตามแบบฉบับกาแฟแก่งซอง โดยมีจำหน่ายอยู่ในร้านต่าง ๆ ตามเส้นทางล่องแก่งลำน้ำเข็กอีกด้วย
แก่งหินเพิง ล่องเรือยางแก่งหินเพิง


ล่องแก่งหนานมดแดง จ.พัทลุง

เดือนที่ควรไป ตลอดปี  /  ระดับความยาก 1-3 ระดับ  /  ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง
ล่องแก่งหนานมดแดง ตั้งอยู่ที่ ม.1 ต.ลานข่อย อ.ป่าพะยอม จ.พัทลุง เป็นทุนเดิมทางธรรมชาติที่มีอยู่แล้วนำมาประยุกต์กับแนวคิดที่ตกผลึกจากการที่ได้ไปสัมผัสกับแหล่งท่องเที่ยวล่องแก่งในพื้นที่อื่นๆ แล้วนำกลับมาปรับใช้กับหนานมดแดง จนก่อเกิด”ล่องแก่งหนานมดแดง” ขึ้นในปัจจุบันชื่อหนานมดแดงก็เป็นหนึ่งในแก่งใหญ่ของคลองห้วยน้ำใส บรรยากาศในรีสอร์ทร่มรื่น เต็มไปด้วยต้นไม้นานาชนิด มีห้องพัก ห้องประชุมและพื้นที่สังสรรค์ ที่พื้นลาดยางทั่วบริเวณ ไม่ต้องกลัวลื่น เลอะเทอะ แลไฮไลท์ของที่นี่คือ สไลเดอร์จากยอดไม้ ยาว 111 เมตร


 

แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่อง : 5 ที่ล่องแก่ง สนุกสนาน ตื่นเต้น และท้าทาย